วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2567
ตื่นนอนตอนเช้า ออกมาชมวิวจากระเบียงโรงแรม ท้องฟ้าค่อนข้างมีเมฆครึ้ม
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของทริป เย็นนี้พวกเราจะเดินทางกลับเมืองไทยแล้วค่ะ
มีบอลลูนลอยอยู่ทางฝั่งเมืองเก่า
เวลา 7:30 น. ลงมาทานอาหารเช้า
เวลา 8:30 น. เช็คเอ้าท์และฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม นั่งรถบัสออกไปเที่ยวทางฝั่งตะวันออกของเมืองเก่า
Bastion of the Vilnius Defensive Wall
เดินไปตามถนน Maironio g. ไปยังสวนสาธารณะ Kūdrų Park
เมื่อวานมีการจัดงานในสวน เช้านี้ยังมีเต๊นท์และเครื่องเล่นวางอยู่ ห้ามรถผ่าน
Kūdrų Park is a park with small lakes close to the old town of Vilnius and Uzupis quarter.
Pink Soup Fest 2024
Open the summer season on May 31st to celebrate their affection for a cold beetroot soup, the most popular Lithuanian summertime dish, mainly made from boiled beetroots, cucumber and kefir.
ซุปสีชมพู เป็นอาหารขึ้นชื่อของประเทศลิทัวเนียในช่วงฤดูร้อน ทุกอย่างในงานตกแต่งด้วยสีชมพู
The event’s purpose is not only to taste the iconic Lithuanian soup but to celebrate all things pink.
เดินออกจากสวนมาถึงวงเวียนทางเข้าเขตอูจูปิส
Paplaujos bridge(Paupio Tiltas)
It is connecting Aukštaičių and Paupios streets.
The bridge is across the Vilnia River in Vilnius.
สะพาน Paplaujos ข้ามแม่น้ำวิลเนีย เชื่อมระหว่างถนน Aukštaičių และถนน Paupio ในเขตอูจูปิส
The wooden bridge was built here in 1882. A major repair to the metal bridge was completed in 1955.
ตอนแรกเป็นสะพานไม้สร้างขึ้นในปี 1882 และได้ปรับปรุงเปลี่ยนเป็นสะพานเหล็กในปี 1955
The bridge was included in the Register of Cultural Properties in 1996.
ข้ามสะพานแล้วเดินไปตามถนน Paupio g. เข้าสู่เขตอูจูปิส
Užupis is the smallest district in Vilnius and is separated from the Old Town by the Vilnelė River.
อูจูปิสเป็นเขตชุมชนเล็กๆแยกจากเมืองเก่าด้วยแม่น้ำวิลเนีย
ด้านหน้าเป็นกำแพงที่ติดบทความเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญของเขตชุมชนนี้
The district declared itself an independent republic (The Republic of Užupis),
with its own constitution on April 1, 1997.
Republic of Užupis boasts its own president, government, constitution and currency.
Republic of Užupis เป็นเขตชุมชนพิเศษ มีรูปแบบการเมืองและการปกครองตามอุดมคติของศิลปิน
มีประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และมีรัฐธรรมนูญเป็นของตนเอง
แต่ไม่ได้มีอำนาจอย่างเป็นทางการในลิทัวเนีย
Copies of the 41 articles of the Republic's constitution
and 3 mottos "Don't Fight", "Don't Win", "Don't Surrender" in 43 languages.
รัฐธรรมนูญอูจูปิสได้จัดทำขึ้นเป็นภาษาลิทัวเนียฉบับแรกเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 1997
โดยผู้ชายสองคน Romas Lileikis และ Thomas Čepaitis ในวัน April Fools' day
บทบัญญัติ 41 ข้อ จารึกลงบนแผ่นโลหะประดับบนกำแพงริมถนน Paupio g.
เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับปรัชญาการดำเนินชีวิตสไตล์ศิลปินและได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ 43 ภาษา
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกน ร่วมกับ Republic of Užupis
จัดพิธีเปิดแผ่นจารึกรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐอูจูปิสภาษาไทย ณ ประเทศลิทัวเนีย
ในโอกาสฉลองครบรอบ 30 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ลิทัวเนีย เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2023
บทบัญญัติทั้งหมดจะเน้นถึงสิทธิส่วนบุคคล ความสุขของการใช้ชีวิต และการไม่แตกแยกกัน
Holy Hand
The blue hand with a hole in the middle, representing the integrity of the citizens of Užupis:
they have nothing to hide in their hands and cannot be bribed or appropriated.
ภาพมือสีฟ้าตรงกลางเป็นช่องวงกลม แสดงถึงมือศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีการแอบซ่อนสิ่งใด ไม่รับสินบน
Vilnius Fine Crafts Association
Bar art in Užupis
เดินเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนน Užupio g. ซึ่งเป็นถนนหลักกลางใจเมือง มีรูปปั้นนางฟ้าตั้งอยู่ตรงกลาง
The Angel of Užupis
It was created to commemorate the patron of the Užupis district, Zenonas Šteinys.
The sculpture was completed in 2002 to commemorate the 5th anniversary of the Republic of Užupis.
The Angel of Užupis stands on an 8.5-metre pedestal blowing its horn and announcing the revival
and the artistic freedom of the Užupis district to the world.
รูปปั้นนางฟ้าเป่าแตร ตั้งอยู่บนเสาสูง 8.5 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งเรืองและเสรีภาพทางศิลปะ
สร้างเสร็จในปี 2002 เพื่อฉลองครบรอบ 5 ปีของการก่อตั้งสาธารณรัฐอูจูปิส
Uzupis pig
ประติมากรรมรูปหมู ตั้งอยู่ด้านหลังรูปปั้นนางฟ้า
St. Bartholemew the Apostle Church
It is a Roman Catholic church, built in 1824.
It is the only church in Vilnius where the masses are held in the Belarusian language.
โบสถ์โรมันคาทอลิก St. Bartholemew สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1824 เป็นโบสถ์เดียวที่ใช้ภาษาเบลารุส
TUMO gallery
สวนสาธารณะ Užupio skveras ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนน Užupio g. และ Krivių g.
ด้านในสวนเป็นที่ตั้งของประติมากรรมรูปแมว
"Užupis Cat" Bronze sculpture
A cat that fulfills people's dreams sits on the fence of the house marked Polocko Street 2.
ประติมากรรมสัมฤทธิ์รูปแมว(อ้วน) นั่งอยู่บนรั้ว เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองนี้
Touch my ear - have no fear
He is a legend of Užupis, destroying the feeling of fear.
มีป้ายเขียนไว้ว่า ให้แตะหูของแมวแล้วจะไม่มีความกลัวสิ่งใด (แมวใส่ต่างหูด้วยค่ะ)
The cat is a beloved symbol among locals and visitors alike, embodying the light-heartedness
and community pride that characterize Užupis.
ออกจากสวนเดินย้อนกลับทางเดิม เป็นทางลงเนิน
The national flag of the Republic of Lithuania consists of three equal horizontal coloured stripes.
Yellow represents the sun, light and goodness.
Green symbolizes the beauty of nature, freedom and hope
Red stands for the land, courage and the blood spilled for Lithuania.
"Liu" dessert (Patty Liu)
เดินกลับมาถึงประติมากรรมรูปนางฟ้า แล้วเดินลงเนินต่อไปตามถนนเส้นเดิม
Bronze sculpture of Antanas Vivulskis overcoat
Antanus Vivulski an architect and sculptor was on guard as a volunteer in a Vilnius defense unit on January 3rd 1919. Like St Martin, he gave his overcoat to another soldier who was suffering from
the very cold weather, and died several days later of acute pneumonia.
ประติมากรรมรูปเสื้อโค้ทสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง Antanus Vivulski ประติมากรและสถาปนิก
ผู้สร้าง Three Crosses Monument และโบสถ์สำคัญหลายแห่ง เขาให้ทหารคนหนึ่งยืมเสื้อคลุมของเขาขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาการณ์ในอากาศหนาวจัด แต่ทหารผู้นั้นก็เสียชีวิตลงเนื่องจากอาการปอดบวม
เดินต่อมาอีกนิดจะพบกับภาพวาดบนผนังในซุ้มทางเดิน
The Užupis Dream Tree (2019)
Mural created in 2019 by Paparazzi
Užupis Gallery
Kristina Norvilaitė ที่จัดแสดงงานศิลปะ ตอนนี้ยังไม่เปิดค่ะ
เดินไปชมแม่น้ำที่ระเบียงของ Užupis Cafe ใต้สะพานตกแต่งด้วยธีม Pink Soup Fest
Užupis means "place beyond the river" or "the other side of the river" and refers to the Vilnia River.
Užupis Bridge Swing
You can test your destiny under the Užupis Bridge by going on the Destiny’s Swing.
ใต้สะพาน Užupis Bridge มีชิงช้าแขวนอยู่ น้ำตื้นสามารถเดินลงไปในแม่น้ำเพื่อนั่งชิงช้าได้ค่ะ
ฝั่งตรงข้ามมีประติมากรรมรูปนางเงือก
Užupis’ Maiden (The Mermaid)
It is one of the city's most famous attractions. It captivates people with its fish tail and long hair.
The bronze Užupis Mermaid sculptur (the Užupis girl) was created in 2002.
รูปสัมฤทธิ์นางเงือก เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองนี้ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2002
Legend has it that if you look at her long enough she might seduce you to stay in Užupis forever.
The Užupis Bridge
It was first mentioned in the 16th century, connects Užupis with the Old Town.
It is made of metal beams following a reconstruction project in 1955.
It’s a particularly popular place to hang symbolic padlocks in Vilnius.
สะพาน Užupis มีการกล่าวถึงตั้งแต่ศตวรรษที่ 16
เริ่มแรกเป็นสะพานไม้ ต่อมาในปี 1955 ได้มีการก่อสร้างใหม่เป็นสะพานเหล็กและมีคนมาคล้องกุญแจ
สะพานนี้เชื่อมต่อระหว่างเขตอูจูปิสและเขตเมืองเก่าวิลนิอุส
Republic of Užupis border signs, written in five languages
ป้ายชื่อสาธารณรัฐอูจูปิสตั้งอยู่ตรงเชิงสะพาน เขียนเป็น 5 ภาษา
Užupis is one of the smallest republics in the world, covering less than 1 sq.km.
Orthodox Cathedral of the Theotokos
เดินข้ามสะพานกลับมาในเขตอูจูปิสตรงหัวมุมถนนมีร้านขายของที่ระลึก ตอนนี้ยังไม่เปิดค่ะ
"Užupio 1 postas - Border Control" ด้านในร้านมีตราประทับหนังสือเดินทาง
พวกเรามาแต่เช้า ร้านค้าและร้านอาหารเริ่มเปิดประมาณ 10:00 น.
ทางซ้ายมือคือทางเข้าไปยังห้องจัดแสดงงานศิลปะ "Užupio meno inkubatorius"
ที่ผนังอาคารเต็มไปด้วยภาพวาด
ภาพวาดสวย เสียดายที่มีคนมาขีดเขียนจนเลอะไปหมด
ภาพนี้สวยมากค่ะ
ลวดลายละเอียด
Baltic Shamans shop
อาคารเล็กๆ ด้านในเป็นห้องจัดแสดงงานศิลปะ
Fresco Meeting of Souls (Freska 'Sielų susitikimas)
Uzupis Art Incubator (UAI)
It is one of the first and largest art incubators in the Baltic States.
The dynamic space where artists and creative professionals come together to collaborate and reside.
ด้านในเป็นศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยว (Information Center) เดินเข้าไปชมกันค่ะ
The Užupis Art Incubator, governed by the Vilnius City Municipality.
The Incubator is home to over 50 artists and creative start-ups spanning 1500 sqm.
แผนที่แสดงชื่อและตำแหน่งของงานศิลปะ
"Republic of Užupis" is Vilnius’s bohemian and artistic district.
There are 7,000 inhabitants and 1,000 are artists.
ในเขตสาธารณรัฐอูจูปิสมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 7,000 คน และเป็นศิลปินประมาณ 1,000 คน
Artists came due to the cheap accommodation since Lithuania regained its independence in 1991.
Užupis is one of Vilnius’s oldest districts and dates to the 16th century.
It was formerly the city’s poorest area and home to manual workers and a red light-district.
เขตชุมชนอูจูปิสมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เป็นหนึ่งในชุมชนที่เก่าแก่ที่สุด
สมัยก่อนเป็นย่านที่พักของชนชั้นแรงงาน คนยากจน อาคารบ้านเรือนเลยดูโทรมๆนิดค่ะ
ริมแม่น้ำมีม้านั่งเล่นและมีทางลงไปด้านล่าง
ประติกรรมสัมฤทธิ์รูปมือมีรูตรงกลาง
Place of Power (Jėgos vieta)
City of Justice
บันไดทางลงไปเดินเล่นในแม่น้ำ
Vilnia River
ย่านอูจูปิสมีบรรยากาศแบบโบฮีเมียน เต็มไปด้วยศิลปะบนกำแพงและประติมากรรมรูปแบบต่างๆ
เดินขึ้นเหนือต่อไปยังจตุรัสทิเบตที่ตั้งอยู่ริมถนน Malūnai g.
The square located on Užupis Malūnai Street.
Tibet Square (Tibeto skveras)
It was opened in June 2010, on the Day of the Occupation and Genocide of Lithuania.
จตุรัสนี้ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2010 ในวันรำลึกถึงการยึดครองและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวลิทัวเนีย
Mandala (Romualdo Kuncos dirbtuvė)
This mosaic is the main highlight of the Tibet Square.
It was unveiled on September 12, 2013 by the Dalai Lama XIV of Tibet.
ดาไลลามะองค์ที่ 14 เสด็จเยือนสาธารณรัฐอูจูปิส และได้เป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ของสาธารณรัฐนี้
Dalai Lama XIV visited Užupis in 2001, and was awarded the title of Honorary Citizen of Užupis.
Bernardinų Bridge
The bridge was built in 1880. It connects Malūnai and Maironio streets.
สะพานเบอร์นาดีนสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1880 ข้ามแม่น้ำวิลเนียเชื่อมต่อระหว่างถนน Malūnai และ Maironio
Užupis is an artist's quarter surrounded by the Vilnelė River.
ย่านนี้ถือว่าเป็นดินแดนแห่งศิลปิน มีงานศิลปะอยู่แทบทุกที่ และตัวเมืองก็ล้อมรอบด้วยแม่น้ำ
เดินออกไปที่ถนน Maironio g.
เลี้ยวขวาไปทางทิศเหนือ ด้านหน้าคือโบสถ์ Church of Michael the Archangel
"Bernardinas of Siena" mural art
ด้านหน้ามีโบสถ์หลังใหญ่สองหลัง
St. Anne's Church and Church of St. Francis of Assisi
ด้านหน้าคือโบสถ์ St. Anne's Church ด้านหลังคือโบสถ์ St. Francis นิกายเบเนดิค
Church of St. Anne and Bernardine Complex
The Church of St. Francis and St. Bernard (Bernardine Church)
It is a Roman Catholic church, located next to St. Anne's Church. It was built between 1506-1516.
The Church is dedicated to Saints Francis of Assisi and Bernardino of Siena.
It is an important example of Gothic architecture in Lithuania.
โบสถ์หลังนี้สร้างขึ้นระหว่างปี 1506-1516 ในสไตล์โกธิค อุทิศให้แก่ St. Francis และ St. Bernard
Adam Mickiewicz Monument
He was a famous poet of Lithuanian and Polish Romanticism.
A 4.5-metre granite sculpture was built in 1984.
The poet is leaning on a low, horizontally partitioned column.
The two parts of which symbolise his life belongs to both Polish and Lithuanian cultures.
บริเวณสวนหย่อมด้านข้างโบสถ์มีรูปปั้นของ Adam Mickiewicz นักเขียนและนักกวีที่มีชื่อเสียง
There are currently 6 bas-reliefs were placed around the monument.
Next to the church stands a bell tower built in the 19th century, imitating the Gothic style.
Façade of St. Anne's Church and Bell tower
It has one nave and two towers. It was built with 33 different kinds of clay bricks and painted in red.
This Roman Catholic church established in 1495–1500.
It is a prominent example of both Flamboyant and Brick Gothic styles.
โบสถ์นี้ก่อตั้งระหว่างปี 1495–1500 เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสไตล์โกธิคแบบหรูหราและแบบอิฐ
เข้าไปชมด้านในโบสถ์ค่ะ ตอนนี้บาทหลวงกำลังทำพิธีอยู่พวกเราเลยยืนชมอยู่ห่างๆ
The interior is decorated in the Baroque style, as is its Main altar.
ฝั่งตรงข้ามคือโบสถ์ St.Michael
St.Michael's Church
The whitewashed façade of St. Michael is built in a transitional style from Renaissance into Baroque.
There are twin towers with elegant Baroque spires on both sides.
เดินอ้อมไปด้านหลังโบสถ์เซนต์ไมเคิล จะพบกับถนนเก่าแก่และชื่อดังของเมือง
Literary Street (Literatų g.)
It is one of the oldest streets in Old Town. It is a short narrow street also called Street of Writers.
ถนนเส้นนี้เป็นถนนแคบและสั้น บางทีเรียกว่า ถนนสายนักเขียน
The street is best known for its walls decorated with works of art related to writers and poets.
ลักษณะที่โดดเด่นทำให้ถนนนี้มีชื่อเสียงมากเพราะตามแนวกำแพงเต็มไปด้วยผลงานศิลปะมากมาย
The display of decorative and artistic plaques dedicated to writers who have lived and worked in Vilnius and Lithuania.
งานศิลปะบนผนังเหล่านี้เป็นผลงานของนักเขียนและกวีที่อาศัยอยู่ในลิทัวเนีย
Many printing houses and bookstores were located in the street.
ในสมัยก่อนร้านหนังสือและสำนักพิมพ์ส่วนมากตั้งอยู่บนถนนแห่งนี้
Its name originates from that prominent poet Adam Mickiewicz briefly lived there in 1823.
ชื่อถนนแห่งนี้น่าจะมาจากการที่นักกวีชื่อดัง Adam Mickiewicz อาศัยอยู่ที่นี่ในปี 1823
Adam lived at the beginning of this street. There are three boards on the wall of the house with inscriptions in Lithuanian, Russian and Polish.
The Modern Art Center (Literatų g. 8) is located on Literatų Street.
The artwork was first added in 2009 when Vilnius was designated as the European Capital of Culture and has grown to some 200 plaques.
ผลงานศิลปะชิ้นแรกประดับบนกำแพงในปี 2009
เนื่องในโอกาสที่กรุงวิลนิอุสได้รับการประกาศให้เป็น เมืองหลวงทางวัฒนธรรมของยุโรป
The Literatų Street project was completed on May 28, 2011.
The painters and artists spent two years creating metal, wood, glass and other plaques on the walls.
เหล่าศิลปินใช้เวลา 2 ปีในการประดิษฐ์งานศิลปะบนกำแพงด้วยวัสดุต่างๆและเสร็จสมบูรณ์ในปี 2011
ถนนเส้นนี้เป็นแกลเลอรี่กลางแจ้งเปิดให้เข้าชมตลอดทั้งวัน
เดินขึ้นเนินไปจนสุดถนน
อาคารทางขวามือคือร้านสัก มีภาพลายสักประดับที่หน้าต่าง
เดินไปจนสุดถนนเส้นนี้จะพบกับถนนสายหลักของเมือง Pilies g.
Literatų Street borders Pilies , Rusų and Andriaus Volanos Streets.
St.Parasceve Orthodox Church
เลี้ยวขวาแล้วเดินขึ้นเหนือไปตามถนน Pilies g. ด้านหน้าคือโบสถ์เซนต์จอห์น
บริเวณนี้คือด้านหลังของโบสถ์ ด้านข้างเป็นหอคอย สามารถขึ้นไปชมวิวได้
The Tower of St. John's Church
Pilies Street (Castle Street)
It is a short street, running from Town Hall Square to Cathedral Square.
ถนน Pilies g. ถนนสายหลักของเมืองเป็นถนนสั้นๆไปสิ้นสุดที่จตุรัสมหาวิหาร
ถนนเส้นนี้ขึ้นชื่อเรื่องการค้าขาย สองข้างทางเป็นร้านค้า ร้านอาหาร มีตลาดนัดด้วยค่ะ
The street is a popular location for market traders to sell the wares of folk artists and souvenirs.
Lithuanian Art Museum
The building consists of two brick houses built next to one another in the 16th century.
Monument to Grand Duke Gediminas and Cathedral Square
Palace of the Grand Dukes of Lithuania
ตรงกลางจตุรัสมีโมเดลของตัวเมืองวิลนิอุส
Bronze Model of Vilnius Old Town
The Historic Centre of Vilnius was inscribed on the World Heritage List in December 1994.
Vilnius Cathedral and Bell Tower
ด้านข้างมหาวิหารมีการจัดงานพวกเราเลยเดินอ้อมไปด้านหน้าค่ะ
Vilnius Cathedral (The Cathedral Basilica of St. Stanislaus and St. Ladislaus)
It is the main Catholic cathedral in Lithuania. It was mentioned for the first time in 1387.
Opening hours : 7:30-19:00 Entrance is free
Statue of Moses
เข้าไปชมด้านในมหาวิหารค่ะ ตรงกลางเป็นแท่นบูชา มีประตูไม้กั้นไว้ให้เดินชมรอบๆ
Vilnius Cathedral Organ
ชั้นสองเป็นที่ตั้งของออร์แกนประจำโบสถ์ มีรูปปั้นประดับด้านบนสวยและหรูหรามากค่ะ
ด้านในมหาวิหารเป็นที่ฝังศพของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของลิทัวเนียและโปแลนด์
ด้านข้างมีนิทรรศการ รอบๆประดับด้วยภาพวาดของนักบุญและมีภาพเฟรสโกเก่าแก่
พวกเราไม่ได้ถ่ายรูปด้านในมาค่ะ เดินชมรอบๆเสร็จก็ออกไปทานอาหารเที่ยง
เวลา 12:00 น.เดินไปขึ้นรถบัสที่ป้ายริมแม่น้ำเนริส
Gediminas Avenue
ลงรถที่ป้าย MO Museum แล้วเดินขึ้นเนินด้านหลังพิพิธภัณฑ์เพื่อไปชมวิวด้านบน
Black Tulip and Scienic View of the Vingrių square
TAMAGO KAVINĖ : a unique Korean-Japanese brunch and hot pots cafe
คุณป๋าพามาทานหม้อไฟแต่เค้าขายเฉพาะตอนเย็น มื้อนี้เลยทานข้าวยำเกาหลีกันค่ะ
ทานอาหารเสร็จก็นั่งรถบัสข้ามสะพาน Green Bridge ไปเที่ยวตัวเมืองทางฝั่งขวาของแม่น้ำเนริส
อาคาร K29 เป็นอาคารสำนักงานและศูนย์ธุรกิจ รูปทรงเป็นวงรีทันสมัย
K29 is an eye-catching business centre combining distinctive architecture and modern style
ลานด้านหน้ามีประติมากรรมรูปกำแพงอิฐสีธงชาติลิทัวเนีย ยาว 60 เมตร
The Road Of Freedom Memorial Wall
The 60-metre-long wall is constructed from 20,000 bricks in the colours of the Lithuanian flag.
It is commemorating the 20th anniversary of the restoration of the State of Lithuania.
Each one contributed by a member of the public and stamped with the individual’s name.
The hollowed silhouettes of life-size figures the men, women and children who joined hands in 1989.
ผนังนี้ประกอบด้วยอิฐ 20,000 ก้อน มีลวดลายเป็นรูปคนจับมือกัน เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในปี 1989
เวลา 14:00 น. ไปเดินเล่นและทานขนมที่ห้างสรรพสินค้า Panorama
ออกจากห้างก็ลงไปเดินเล่นที่ทางเดินใต้ดินด้านหน้าห้าง
Underground Graffiti
ที่ผนังเต็มไปด้วยภาพวาด แต่โดนสีสเปรย์พ่นทับจนเลอะเทอะไปหมดเลยค่ะ
ข้ามถนนมาอีกฝั่งเพื่อไปขึ้นรถบัสกลับโรงแรม
Church of the Immaculate Conception of the Blessed Virgin Mary
It is a Roman Catholic church, completed in 1925.
โบสถ์โรมันคาทอลิก สร้างเสร็จในปี 1925 ด้านหน้ามีรูปปั้นพระแม่มารีอุ้มบุตร
เวลา 16:00 น. กลับไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่โรงแรมแล้วนั่งแท็กซี่ไปสนามบินวิลนิอุส
สนามบินอยู่ทางทิศใต้ของตัวเมือง ห่างจากโรงแรมประมาณ 4 กม. นั่งรถแค่ 10 นาทีก็มาถึงแล้วค่ะ
Vilnius Airport
Main entrance to the airport is in the old building. The original terminal was built in 1934-1936.
ด้านหน้าเป็นอาคารสนามบินหลังเก่า โครงสร้างและการตกแต่งภายในคล้ายสถานีรถไฟเก่าแก่
เดินเข้าไปด้านในจะพบกับอาคารผู้โดยสารขาออกหลังใหม่เป็นแบบสมัยใหม่
เช็คอิน โหลดกระเป๋าเสร็จก็ผ่าน ตม.เข้าไปด้านในเลยค่ะ
ทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารในเกท สนามบินค่อนข้างเล็กไม่ค่อยมีร้านค้าและร้านอาหาร
เวลา 20:30 น.ออกเดินทางไปยังอิสตัลบูลเพื่อต่อเครื่องกลับเมืองไทย
ใช้เวลาในการบินประมาณ 4 ชั่วโมง มีบริการอาหารเย็น
Bye-bye Trip Baltic
วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2567
เวลา 01:30 น.ออกเดินทางจากเมืองอิสตัลบูล กลับถึงเมืองไทยเวลา 15:30 น.โดยสวัสดิภาพ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น