TUKEMD

__TUKEMD__ชื่อบ้าน อ่านว่า ตุ๊ก-เอ็ม-ดี นะจ๊ะ เป็นชื่อในเน็ตของแม่ตุ๊กเองค่ะ

บ้านหลังน้อย หลังนี้เป็นของแม่ตุ๊ก,น้องมะปราง และ คุณป๋า

เป็นบล็อกเพื่อบันทึกความสุข ความทรงจำ ในการท่องเที่ยวที่ต่างๆของครอบครัวเราค่ะ



2568/01/06

Stonehenge "One of the Wonders of the World" and Salisbury (เสาหินมหัศจรรย์ของโลก แวะชมเมืองซอลส์บรี)

 วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม 2567

เวลา 20:40 น.ออกเดินทางจากหาดใหญ่ ผ่าน ต.ม.เช็คทรูไปยังลอนดอนด้วยสายการบินไทย

เวลา 22:30 น.มาถึงสุวรรณภูมิ นั่งรอที่เกท กระเป๋าเดินทางจากหาดใหญ่กำลังโหลดเข้าใต้เครื่อง

วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2567

เวลา 00:45 น.ออกเดินทางไปลอนดอนเที่ยวบิน TG 910 ใช้เวลาในการบินประมาณ 12 ชั่วโมง

หลังจากขึ้นเครื่องก็นอนยาวเลยค่ะ ตื่นมาทานอาหารเช้า

เริ่มมองเห็นแสงอาทิตย์ที่ขอบฟ้า พวกเรานั่งทางฝั่งขวาของเครื่องมองเห็นตัวเมืองด้านล่าง

กัปตันบินวนเหนือเมืองลอนดอนเพื่อรอคิวลงจอดที่สนามบินฮีทโธรว์ ตอนเช้ามีเครื่องบินหนาแน่น

River Thames - Tower Bridge - The Shard

Buckingham Palace - St James's Park

Palace of Westminster - Big Ben - London Eye

บิ๊กเบน และ ลอนดอนอาย

เวลา 06:40 น. หลังจากที่บินวนให้พวกเราชมเมืองมุมสูงแล้ว เครื่องก็ได้เวลาลงจอดที่สนามบิน 

London Heathrow Airport

ออกจากเครื่องแล้วรีบเดินไปผ่าน ต.ม.ค่ะ ตอนเช้าคนเยอะมากๆเพราะเครื่องลงพร้อมกันหลายลำ

               เวลา 07:30 น. ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีในการผ่าน ต.ม.ออกมารับกระเป๋าที่สายพาน                         จนท.ยกกระเป๋าออกมาตั้งไว้ที่พื้นเพราะตอนนี้เหลือกระเป๋าอยู่ไม่กี่ใบแล้วค่ะ

เวลา 08:00 น. เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ออกมาขึ้นรถที่ลานจอดรถค่ะ

คุณป๋าเช่ารถขับเที่ยวเพราะสถานที่ที่พวกเราจะไปวันนี้เดินทางด้วยรถสาธารณะลำบาก

เอากระเป๋าเดินทางเก็บที่ท้ายรถเสร็จก็ออกเดินทางเลยค่ะ เช้านี้ท้องฟ้าสดใส อากาศเย็นสบาย

สนามบินอยู่ทางทิศตะวันตกห่างจากตัวเมืองประมาณ 30 กม. วันนี้พวกเราจะไปเที่ยวนอกเมืองค่ะ

จุดหมายเช้านี้คือ Stonehenge ระยะทางประมาณ 120 กม.

ใช้ถนนหมายเลข M3 (The South West)

เช้าวันอาทิตย์รถไม่หนาแน่น ที่อังกฤษขับรถฝั่งเดียวกับเมืองไทย

ดูจากในแมพ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง

เวลา 09:00 น. เลี้ยวเข้าสู่ถนนหมายเลข A303 เพื่อไปยังเมือง Salisbury

ใบไม้เปลี่ยนสีตลอดสองข้างทาง ด้านหน้ามีหมอกจางๆ

ถนนโล่ง รถน้อยมาก

ขับรถระวังกวางวิ่งผ่านค่ะ

วิวชนบทสวยๆจากบนเนินสูง

เข้าสู่เขตเมือง Amesbury

เลี้ยวซ้ายไปตามป้าย Stonehenge

มองเห็นกองหินสโตนเฮนจ์อยู่ในทุ่งหญ้าทางขวามือค่ะ

Stonehenge


เวลา 09:30 น. เดินทางมาถึงจุดหมายแล้วค่ะ 

ลานจอดรถอยู่ด้านหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

ค่าจอดรถคันละ 3 ปอนด์

เปิดให้เข้าชมทุกวันเริ่มตั้งแต่ 09:30 น. ช่วงนี้เข้าหน้าหนาวปิดเวลา 17:00 น.

เดินเข้าไปด้านในอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว "Visitor Center"

พวกเรามาถึงเวลาเริ่มเปิดพอดี คนยังไม่มาก

คุณป๋าจองตั๋วออนไลน์มาแล้ว "Advance online tickets £22.70"

ต่อแถวแสดงคิวอาร์โค้ดเพื่อรับตั๋ว คนส่วนมากจองตั๋วมาก่อนเพราะราคาถูกกว่ามาซื้อที่เค้าท์เตอร์

ได้ตั๋วเป็นกระดาษรัดข้อมือมาคนละอัน


ตั๋วแบบหนึ่งวันเข้าชมได้ไม่จำกัดเวลา 09:30 - 17:00 น.

เดินออกไปขึ้นรถบัส เพื่อนั่งไปยังสโตนเฮนจ์ แสดงตั๋วให้ จนท.ดูก่อนขึ้นค่ะ

รถออกค่อนข้างถี่พอมีรถบัสมาจอดต่อ คันแรกก็ออกเลยค่ะไม่ต้องรอจนเต็ม

สโตนเฮนจ์อยู่ห่างไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2 กม.

ด้านข้างมีทางเดินสำหรับคนที่ต้องการชมทุ่งหญ้าและฝูงแกะ

ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีก็มาถึงทางเข้าแล้วค่ะ

มองเห็นสโตนเฮนจ์อยู่ไม่ไกล

ทางเดินมีรั้วกั้นตลอดแนว

อ่านประวัติความเป็นมาก่อนเข้าชมค่ะ

Explore the Stonehenge landscape

Time of Stonehenge

Before Stonehenge about 10,000 years ago

อากาศเช้านี้เย็นสบายมากๆ เดินเข้าไปชมด้านในกันค่ะ


ม้านั่งตั้งอยู่กลางทุ่งหญ้าแต่มีรั้วกันห้ามเข้า

พวกเรามาชมตอนเช้าเพิ่งเปิด คนยังน้อยเดินสบาย

เสาหินอยู่ด้านหน้า ดูเล็กกว่าที่คิดไว้ค่ะ

Stonehenge is One of the New7Wonders of the World

เสาหินสโตนเฮ้นจ์ เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง

เราชมกองหินได้ใกล้ที่สุดตรงจุดนี้ค่ะ มีรั้วกั้นไม่สามารถเข้าไปด้านในได้

Stonehenge was constructed during the Neolithic period – about 4000–5000 years ago.

นักโบราณคดีเชื่อว่าเสาหินนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล

Stonehenge is a prehistoric monument. 

แท่งหินขนาดยักษ์ตั้งเรียงเป็นวงกลมซ้อนกัน 3 วง อยู่กลางทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่

It is formed of three rings of standing stones that are set in line with the sun. 

The each stone stands about 13 feet high, 7 feet wide and weighs 25 tons.

หินแต่ละก้อนสูงประมาณ 4 เมตร กว้าง 2 เมตร หนัก 25 ตัน

  หินบางก้อนตั้งขึ้น บางก้อนวางบนพื้น บางก้อนก็วางพาดอยู่ด้านบน

Two types of stone are used at Stonehenge – the larger "Sarsens" and the smaller "Bluestones".

หินมีสองแบบคือหินขนาดใหญ่เรียกว่า Sarsens และหินขนาดเล็กเรียกว่า Bluestone

ยังไม่มีใครรู้ว่าคนสมัยก่อนสามารถยกแท่งหินขนาดยักษ์ขึ้นไปวางเรียงกันได้อย่างไร 

The sarsens were erected in two concentric arrangements – an inner horseshoe and an outer circle. 

ก้อนหินขนาดใหญ่จัดเรียงเป็นวงชั้นในและชั้นนอก ตรงกลางด้านในเป็นก้อนหินขนาดเล็ก

The central bluestones were later rearranged to form a circle and inner oval.


The investigation used geochemical data to identify that most of the sarsen stones at Stonehenge originated from West Woods, located around 20 miles on the edge of the Marlborough Downs.


The bluestones were set up between sarsens in a double arc.  

สันนิษฐานว่าผู้สร้างได้นำแท่งหินทั้งหมดมาจากทุ่งมาร์ลโบโร ที่อยู่ห่างออกไป 40 กิโลเมตร

เดินต่อไปตามทางรอบๆสโตนเฮนจ์

Stonehenge has been a legally protected Scheduled Ancient Monument since 1882 
when legislation to protect historic monuments was first successfully introduced in Britain. 

 สโตนเฮนจ์ได้รับการยอมรับจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 1986

The site and its surroundings were added to UNESCO’s list of World Heritage Sites in 1986. 

Stonehenge is owned by the Crown and managed by English Heritage; 
the surrounding land is owned by the National Trust.

Stonehenge is celebrated for being aligned on the midsummer sunrise.

ภาพแสดงชื่อหินที่มองจากตำแหน่งพระอาทิตย์ขึ้น

ตรงกลางภาพเป็นตำแหน่งของ Solstice axis

The midwinter sunset is directly opposite the midsummer sunrise.

มุมถ่ายรูปสโตนเฮนจ์รอบๆทางเดิน

Can you recreate this Stonehenge pose?

เฮนส์ (Henyes) แปลว่ากลุ่มหินหรือไม้เรียงกันเป็นวงกลม (Stone or wooden circles) 


พื้นที่รอบๆเป็นที่ราบทุ่งหญ้ากว้างสุดสายตาเลยค่ะ

Stonehenge has perhaps been the focus of more theories about its origin and purpose.

Many experts believe that Stonehenge was used for funerals. 

วัตถุประสงค์ของการสร้างสโตนเฮนจ์ยังไม่ทราบแน่ชัด มีหลายสันนิษฐานและหลายความเชื่อ

Some people think that Stonehenge was used to study the movements of the Sun and Moon.

นักโบราณคดีเชื่อว่าเสาหินแห่งนี้ถูกใช้เป็นปฏิทินสุริยคติโบราณ เพื่อศึกษาด้านดาราศาสตร์ 

The ancient Britons believed that the Sun and Moon had a special power over their lives.

บางคนเชื่อว่าเป็นสถานที่ประกอบพิธีศพเพราะมีการขุดพบโครงกระดูกของมนุษย์โบราณฝังอยู่รอบๆ

Some theory suggests that the monument was a site of pilgrimage and healing.

บางทฤษฎีเชื่อว่ากองหินนี้สร้างขึ้นเพื่อเหล่านักแสวงบุญใช้ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ

Midwinter’s Day (the shortest day of the year)
On 21 June (the longest day of the year), the sun always rises over the Heel Stone at Stonehenge 
– a single large sarsen stone which stands outside of the main monument. 

ลูกศรชี้ตำแหน่งของพระอาทิตย์ตกในวันที่สั้นที่สุดของฤดูหนาว 
ส่วนตำแหน่งพระอาทิตย์ขึ้นในวันที่ยาวที่สุดของฤดูร้อนจะอยู่ตรงข้ามกัน

Midsummer’s Day (the longest day of the year) 

"Heel Stone", "Friar's Heel", or "Sun-Stone"
It lies northeast of the sarsen circle, beside the end portion of Stonehenge Avenue.
 It is a rough stone, 5 m. above ground, leaning inwards towards the stone circle.

ก้อนหิน Heel Stone มีความสูงประมาณ 5 เมตร ปลายเอียงไปทางสโตนเฮนจ์
ในวันที่ 21 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันที่ยาวที่สุด พระอาทิตย์จะขึ้นตรงกับตำแหน่งของหินก้อนนี้พอดี

We are standing close to the orginal entrance to Stonehenge.

Stonehenge was not the first monument in this landscape.

พวกเราเดินชมจนรอบสโตนเฮนจ์ ตอนนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวมากันกลุ่มใหญ่แล้วค่ะ

Stonehenge is one of hundreds of stone circles that have been found in Britain. 
They played an important part in the religious life of the British people during the early Bronze Age. 

สโตนเฮนจ์เป็นเพียงหนึ่งในร้อยกองหินที่ค้นพบในเกาะอังกฤษแต่มีชื่อเสียงมากที่สุด


เดินกลับไปขึ้นรถบัสที่เดิม

รถบัสมาส่งที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 

เข้าไปชมนิทรรศการด้านใน ชมฟรีค่ะ

Stonehenge exhibition


Discover the story of Stonehenge: the Stones, the landscape, the people and its meaning, through
 a powerful combination of cutting-edge audio-visual experiences and incredible ancient objects.

ด้านในจัดแสดงภาพถ่ายและข้าวของเครื่องใช้ที่ขุดพบในบริเวณรอบๆ

ยุค 2,500 ปีก่อนคริสตกาล

ยุคหลังคริสตกาลจนถึงปัจจุบัน

ด้านข้างจัดแสดงแบบจำลองของการสร้างกองหินในช่วงเวลาต่างๆ

3,000 BC - 2,500 BC

The Time of Stonehenge

2,200 BC - Today 

Over 250 archaeological treasures, the reconstructed face of a 5,500 year old man and
 hands-on exhibits telling the story of Stonehenge.

ตู้จัดแสดงโครงกระดูกและของใช้ที่ขุดค้นพบ


Uncover the story behind each of the objects to learn about the story of the people who lived here.


แวะซื้อของที่ร้านขายของที่ระลึก


เดินออกไปที่ลานด้านหลังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

กระท่อมจำลองของมนุษย์ยุคหินใหม่ผู้สร้างสโตนเฮนจ์ เข้าไปชมด้านในได้ค่ะ

Summer sunrise at Stonehenge

Winter sunrise at Stonehenge. 

Stonehenge Model

หินจำลองขนาดเท่าของจริงตั้งอยู่ด้านข้างกระท่อม

หินมีเชือกผูกไว้ให้นักท่องเที่ยวลองลากเล่นค่ะ

Large Sarsen

ตอนนี้นักท่องเที่ยวเริ่มมากแล้วค่ะ

ห้องน้ำอยู่ด้านหน้าตรงทางเข้าอาคาร

พวกเราใช้เวลาในการชมอนุสรณ์สถานนี้ประมาณ 2.5 ชม. เสร็จแล้วก็เดินกลับไปที่ลานจอดรถ 

ฝูงแกะอยู่ในทุ่งหญ้า


มีรั้วกั้น มองน้องแกะได้จากที่ไกลๆ



เวลา 11:00 น. ออกเดินทางไปเมือง Salisbury ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของสโตนเฮนจ์

ใช้เส้นทาง A360 ระยะทางประมาณ 20 ก.ม.

Welcome to Salisbury

เข้าไปชมย่านเมืองเก่า

St.Paul's Church

Fisherton street

 It is primarily a commercial street, on the western side of the city.

New street

ตัวเมืองมีขนาดเล็กคนไม่มาก มีร้านค้า ร้านอาหาร ผับบาร์

Ivy street


St.Annes Gate on St.John's street

ด้านหน้าคือทางเข้ามหาวิหารซอลส์บรี

It is one of the entrances to the Close of Salisbury Cathedral, the biggest close in England. 

เดินผ่านประตูเข้าไปชมมหาวิหารด้านในกันค่ะ

The gate was built around 1331. It is two stories high with a central stone arch. 
On the upper floor over the archway is a chapel lighted by pointed arched trifora windows .

ประตูนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1331 ด้านล่างเป็นซุ้มหินโค้ง ชั้นบนเป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนา

N Walk to the Cathdedral


สองข้างเป็นบ้านเก่า

มองเห็นหอคอยยอดแหลมของมหาวิหารอยู่ทางซ้ายมือ


Sarum College

ด้านหน้าคือมหาวิหารซอลส์บรี

Salisbury Cathedral is one of the leading examples of Early English Gothic design. 

It was built  between 1220 and 1258.

มหาวิหารหลังนี้สร้างด้วยสถาปัตยกรรมโกธิคแบบอังกฤษ สร้างขึ้นในปี 1220-1258

The tower and spire were completed by 1330.

The cathedral's spire at 123 m, is the tallest in England.

หอคอยที่มียอดแหลมสร้างเสร็จในปี 1330 มีความสูง 123 เมตร ถือว่าสูงที่สุดในอังกฤษ

 The Cathedral’s close is Britain’s largest.
It is an oasis in the city with rolling green lawns fringed by historic houses 

Circular walk around the historic Cathedral Close is about 2 km.

สนามรอบๆมหาวิหารเรียกว่า " The Close" มีพื้นที่ประมาณ 200 ไร่ (ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ)

ทางเดินชมรอบๆมหาวิหารยาวประมาณ 2 ก.ม.

ค่าเข้าชมมหาวิหารคนละ £12 พวกเราไม่ได้เข้าไปชมค่ะ

Sarum College is a centre of theological learning in Salisbury. 
The college was established in 1995 and sits on the north side of Salisbury Cathedral.

Sarum College ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของมหาวิหาร ด้านในบางส่วนเป็นโรงแรม

รอบๆมหาวิหารมีอาคารเก่าแก่ตั้งเรียงรายหลายหลัง


เดินกลับทางเดิมออกมาทาง St.Ann's Gate

เวลา 12:00 น. ออกเดินทางไปเที่ยวเมืองต่อไปค่ะ